ShoutMix chat widget
title="Get your own free shoutbox chat widget at ShoutMix!">ShoutMix chat widget

(ดองไว้นาน เนื่องจาก...ขี้เกียจอัพ - -')

เล่าเพียงคร่าวๆแล้วกัน เพราะบล็อคของวงก็อัพไปแล้วเรียบร้อย

------------------------------------

วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม ออกเดินทางจากสมบัติทัวร์

ความจริงแล้ว เอเรียสมือกลองควรจะมาด้วย แต่ประสบปัญหาการจราจรส้นเท้าเข้า ทำให้ตกรถรอบหนึ่งทุ่มไป เหลือเพียงผม โมนักร้อง และNiwachan ที่เดินทางรอบเดียวกัน

จำได้เลยว่าครึ่งชั่วโมงก่อนรถออกเนี่ย โทรถามสถานการณ์กับมือกลองอย่างไม่ขาดสายจริงๆ ลุ้นให้มาทันกันแทบหยุดหายใจ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับการจราจรส้นเท้า...ผมเลยบอกทางเลือกสองทางสุดท้ายไป คือ รอรถทัวร์รอบหลังๆที่อาจจะมีที่ว่าง กับไปเสี่ยงหาทัวร์ที่หมอชิตในวันถัดไป

โชคยังเข้าข้างที่มีรถรอบสองทุ่มว่างอยู่ (น่าจะสองทุ่มนะ) ทั้งวงก็เลยโล่งอกไปที

รถทัวร์ชั้นหนึ่งของทัวร์นี้ ต้องขอบอกว่า บริการลูกค้าดีมากๆ เสียเพียงอย่างเดียวคือเบาะนอนนอนลำบากไปหน่อย ขนาดผมซึ่งสูง 173 เซนติเมตรยังนอนลำบากเลย

ระหว่างการเดินทาง ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนอนดูหนังที่ทัวร์เขาเปิดให้ดู จะอ่านหนังสือที่เตรียมมาก็ไม่ได้เพราะเขาปิดไฟ (แถมไฟอ่านหนังสือข้างบนหัวก็เปิดไม่ติดอีก - -') นิวะซึ่งนั่วอยู่ข้างๆก็นั่งจิ้มNDSอย่างเมามัน โมก็คล้ายๆกับผม ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษเลย

...ออกเดินทางตอนหนึ่งทุ่มเศษๆ แวะทานมื้อดึกราวๆสี่ทุ่มครึ่ง ถึงโรงแรมอาเขตที่จังหวัดเชียงใหม่เวลาตีสี่โดยประมาณ

 

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พอลงจากรถมาก็ต้องเจอกับกลุ่มคนขับรถรับจ้างมารุมทึ้งจนน่ารำคาญ เลยรีบพากันหนีเข้ามายังที่นั่งรอข้างในซะก่อน 

เมื่อมาถึงแล้วก็นั่งรอมือกลองสักชั่วโมงนึง เวลาประมาณแปดโมงเช้าก็มากันครบวงยกเว้นยัยรีฟ นักร้องหน้าหล่อคนเดียวในวงที่รอเดินทางกับเครื่องบิน และเอลี่ มือกีตาร์ที่ต้องไปพักกับญาติๆในเชียงใหม่

จากนั้นก็เหมารถแดงพร้อมๆกับกล่มเด็กอัสสัมไปยังโรงแรมที่พักซึ่งกร(Mokou Moe @ Tir_x) ได้จัดหาไว้ให้ (ต้องขอบคุณอย่างสุดซึ้งอีกครั้ง) แยกย้ายเข้าห้องที่ชั้นสิบสี่ในโรงแรม The Empress

ห้องที่ผมพักอยู่ก็มีมือกลองกับโมแค่สามคนที่อยู่ประจำ พอถึงห้องแล้วรู้สึกว่าจะไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ในห้อง แล้วก็ให้ไคกับรุยมือเบสเอาเบสมาหัด

เวลาเที่ยงกับตอนเย็นก็พากันไปทานข้าวที่ร้านอาหารตามสั่ง ชื่อร้าน 99 ข้าวซอยอุ๊ยดี (น่าจะใช่นะ) เป็นร้านอาหารที่ทั้งวงพากันไปฝากท้อง เพราะราคาประหยัดและอร่อยเหาะ ถ้ามีโอกาสได้ไปอีกก็จะไปทานแน่ๆ

ตอนเย็นราวๆทุ่มสองทุ่มก็เป็นเวลาที่วงดนตรีต้องไปทำการทดสอบระบบเสียง(Sound Check นั่นแหละ)ที่ชั้นสามของห้างพันธุ์ทิพย์เชียงใหม่ ก็พบกับวงดนตรีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังเล่นอยู่ เพลงไม่ค่อยคุ้นหูผมเท่าไหร่แต่พวกเขาก็ทำได้ดีทีเดียว อีกวงหนึ่งก็คือ Heaven Rhythm ที่ระหกระเหินเดินทางมาเล่นที่เชียงใหม่เหมือนกัน

พอถึงเวลาเช็คก็ขึ้นไปเล่นกันนิดๆหน่อยๆให้ระบบมันเข้าที่เข้าทาง จำไม่ได้แล้วใครขึ้นก่อนใคร - -'

แต่...วันนั้นเองที่ผมได้รู้จักกับ...พี่เหยิน

พี่เหยินคือคีย์บอร์ดที่ทางเชียงใหม่จัดหามาให้ พี่เหยินมี61ปุ่มตามที่แจ้งไว้ แต่ที่ไม่ได้คาดหมายก็คือลิ่มโดต่ำกับลิ่มเรต่ำที่มัน "เหยิน" ออกมา ยังดีที่ปุ่มไม่เสียกดไม่ติด แต่ทำให้ผมไม่สามารถใช้มือไถคีย์บอร์ด (glissando) ได้  อีกทั้งพี่เหยินยังมี "ฝ้าขึ้นเต็มหน้า" นั่นคือหน้าจอบนคีย์บอร์ดนั้นเละจนแทบจะมองไม่เห็นรายละเอียดที่เครื่องต้องการแสดง ต้องเพ่งอยู่นานมากกว่าจะหาเสียงที่ต้องการเจอ หนำซ้ำเวลาจะกดเรียกใช้ยังต้องใช้ความแม่นยำในการกดและจำเพราะมองไม่เห็นหมายเลขของเสียงนั้นๆ!!

OMG!!  OTL

...หลังจาก sound check เรียบร้อยแล้วก็เผ่นกลับโรงแรม ระหว่างทางก็แวะซื้อเสบียงที่ 7-11

ก่อนหน้านั้น มือกีต้าร์ไม่สามารถพักที่โรงแรมได้เพราะทางบ้าน(ที่เชียงใหม่)ดึงตัวไว้ แต่ในที่สุดก็ขอมาจนได้ เพราะต้องการให้มือกีต้าร์มาซ้อมให้แน่นยิ่งขึ้น (อยู่ครบวงนี่นะ)...แต่สุดท้ายก็ไม่วายมีตบตีกันจนได้ (เล่นโทโฮ  ภาค 12.3) - -'

ค่ำของวันนั้นมีกลุ่มคอสเพลย์ที่โมรู้จักมาขออาศัยห้องด้วย ทำให้ในห้องนั้นมีคนนอนทั้งสิ้น7คน!

...คืนนั้นนอนไม่ค่อยหลับ เพราะแอร์หนาวมาก จนต้องลุกไปหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมทับอีกตัวนึง

 

วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตื่นเอาประมาณเก้าโมงเช้า อดทานมื้อเช้าไปตามระเบียบ พบว่าคนอื่นยกเว้นมือกลองได้ตื่นกันหมดแล้ว - -'...เช้าวันนั้นได้รู้ว่ามือกลองจะแปลงร่างเป็นปิศาจเมื่อตื่นใหม่ๆ เสียงเขาแหบจนน่ากลัว

หลังจากเตรียมตัวกันพร้อมแล้วผมก็แบกชุดมาริสะไปพร้อมกับไม้กวาดในกระบอกข้าวหลามสีดำ เดินทางไปยังสถานที่จัดงานโดยแวะซื้ไวตามิลค์ที่ 7-11 มาทานรองท้องไปด้วย

พอมาถึงงาน เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ก็ไปเตรียมตัวขึ้นเวที...ได้บังเกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องลำดับที่ต้องขึ้นแสดง

(โซนต่อไปนี้เป็นดราม่าโซน ซึ่งปัจจุบันได้ข้อสรุปแล้วเรียบร้อย)

แรกเริ่มเดิมที จากที่ได้ตกลงกับสตาฟคนหนึ่งในกลุ่ม C3 (ชมรมการ์ตูนเชียงใหม่ เจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้) วงเซเลสเต้จะขึ้นเป็นอันดับที่หนึ่ง เมื่อมาถึงในงานก็พบว่าวงฟลุทจะได้ขึ้นก่อนเพราะเป็นวงเปิดกิจกรรม ก็คาดหมายไว้ว่าเป็นอันดับที่สอง โดยมีเวลาเล่นครึ่งชั่วโมงโดยประมาณ

แต่ในขณะเดียวกัน ทางวงHRก็ทราบจากสตาฟ"อีกคนหนึ่ง" ว่าวงอื่นไม่ได้ขึ้นมาเล่น ดังนั้นพวกเขาจะได้ขึ้นเล่นเป็นวงปิดท้ายโดยมีเวลาเล่นหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ

ทีนี้ พอนำข้อมูลจากสองแหล่งมาประมวลผลเข้าด้วยกัน ก็กลายเป็นว่า กำหนดการรวน ทำเอาแต่ละฝ่ายต้องวิ่งวุ่นกันใหม่...สุดท้ายกลายเป็นว่า HR ขึ้นเป็นอันดับที่สอง เซเลสเต้อันดับที่สาม และวงจากเชียงใหม่ปิดท้าย โดยมีเวลาวงละครึ่งชั่วโมงโดยประมาณ

ครั้งแรกที่ผมทราบข้อมูล(ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล) ก็รู้สึกไม่ดีมากๆ ระหว่างนั่งรอHRเล่นเสร็จก็ทำเอาขวัญกำลังใจของวงหายไปเพียบ...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้อสันนิษฐานต่างๆนานาผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดคล้อยตามอารมณ์ในขณะนั้น

...แต่ในที่สุดพวกเราก็ขึ้นไปบนเวทีจนได้ (ระหว่างเซทเครื่องให้พร้อม ผมพบว่าสายไฟเลี้ยงคีย์บอร์ดมันหายไป ปรากฏว่ามันไปแอบอยู่ในกล่องเก็บของซะนี่ - -') คีย์บอร์ดที่ใช้ก็เป็นพี่เหยิน(ด้วยความจำใจ) มุขที่เตรียมมายิงเป็นช่วงๆก็ไม่ได้งัดออกมาเล่นกัน

ตื่นเต้น?...ก็นิดหน่อย...แต่ที่รู้ๆคือ ผมนั่งหันข้างให้คนดู เลยไม่ตื่นเต้นจากการถูกจับจ้องเท่าไหร่ แถมสปอทไลท์เผาหน้าฝั่งซ้ายซะแทบไหม้

ร้อนมาก...แต่ไม่รู้สึกรำคาญเลยสักนิด

...ประเมินผลจากที่ซ้อมๆกันมา พบว่าผมก็ยังเล่นพลาดเล็กๆน้อยๆเหมือนเดิม แถมช่วงท้ายของเพลง BoD ดันกดปุ่มเพิ่มระดับเสียงผิด ทำให้เสียงเพี้ยนไปประมาณ 7-8 semitones (ให้ตาย OTL) มือเบสแป้กน้อยลง แต่ดันไปแป้กน่าเกลียดที่เพลงสุดท้าย มือกลองคุมจังหวะไม่ค่อยนิ่ง (KTFนี่ชัดเจน) ยัยรีฟตื่นเต้นซะจนลืมที่ฝึกมาไปแล้วครึ่งนึง มือกีต้าร์ปรับเอฟเฟคพลาดซะอย่างนั้น...

เรื่องที่น่าตกใจก็คือ มีคนรู้จักเพลงโทโฮมากกว่าที่พวกเราคาดเอาไว้ แถมบางคนยังรู้จักวงเซเลสเต้อีกต่างหากทั้งๆที่ไม่ได้ป่าวประกาศอะไรมากมายเลย...ต้องขอบคุณที่อย่างน้อยๆก็มีส่วนร่วมในการแสดงสดของพวกเราอีกครั้ง จากเดิมที่ไม่ได้คาดหวังการขึ้นเวทีแสดงสด ผมและสมาชิกในวงมีกำลังใจเล่นขึ้นเยอะเลยครับ m(>_<)m

จบการแสดงของวงตัวเองแล้วก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนทันที พอหัวผมถึงหมอนได้ไม่นานก็หลับไปเลย...

...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ฟ้ามืดซะแล้ว (เสียดายที่ไม่ได้ไปเดินดูงานการ์ตูนในวันนั้น) ก็ไม่ทำอะไรมาก ออกไปหาอะไรทาน นั่งเล่นไพ่ เล่น12.3 แล้วก็นอน วันนั้นเจ้าปูนกับหวงมานอนร่วมห้องด้วย แถมยังฉกเตียงของมือกลองกับนักร้องโดยไม่ตั้งใจอีกต่างหาก

 

วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วันนี้ตื่นเช้ากว่าเมื่อวาน(เพราะอยากทานมื้อเช้า)

ก็จัดการแต่งชุดคอสเพลย์ไปเดินงานอีกวันนึง กะจะมาเล่น 12.3 กับชาวโทโฮเชียงใหม่โดยเฉพาะ ได้เจอกับ Coffgirl ตัวจริงเสียงจริงหลังจากที่เจอในเนตมาตั้งแต่สมัย O2Jam ยังเป็นที่รู้จัก ได้เจอกับปรมาจารย์ 12.3 หลายๆคน ได้เล่นปาหี่กับมือกีต้าร์ด้วยเกมนั้นจนคนดูรอบๆต้องฮาท้องแข็ง ตั้งแต่กันบาวด์(มาริสะปาระเบิดขวดใส่กันอย่างเดียว) วิ่งหนีระเบิดขวดที่เด้งไปเด้งมา พิธีบูชาระเบิดนิวเคลียร์ ไปจนถึงแข่งเพาะพันธุ์ซุยกะจิ๋ว...เป็นอะไรที่สนุกจนต้องเซฟรีเพลย์เก็บไว้ดูแก้เครียดเลยทีเดียว

เกือบทั้งวงเซเลสเต้ก็อยู่จนช่วยกันเก็บกวาดสถานที่ (เพราะรถขากลับออกสามทุ่ม และไม่รู้จะไปอยู่ไหนจนกว่าจะถึงสามทุ่มนั่นเอง - -') ลี่กับรีฟกลับกับทางบ้าน ไคกลับไปเมื่อคืนก่อนแล้วเพราะต้องไปจัดการงานของตนต่อ รุยกลับไปกับกลุ่มเด็กอัสสัม เหลือสามหน่อขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ...

ขากลับผมนอนไม่ค่อยจะหลับสักเท่าไหร่... 

 

วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ถึงสถานี่ขนส่งหมอชิตราวๆแปดโมงเช้า พากันเดินไปยังท่ารถเมล์ในหมอชิตแล้วก็แยกย้ายกันกลับ ผมจับ145ไปถึงหน้าทางเข้าบ้านแล้วต่อด้วย 93ถึงในหมู่บ้าน ก่อนเข้าบ้านก็แวะซื้อชาเย็นของลุงเจ้าประจำ (อร่อยจริงๆขอบอก)

จริงๆวันนั้นต้องไปเรียนแล้ว แต่...ขอหน่อยเหอะ กูเหนื่อย - -'

ก็กลับมางีบสักหน่อย ก่อนจะตื่นมาโยนผ้าลงเครื่องซัก ซักเสื้อคอสที่เริ่มจะมีขี้ไคลขึ้นแล้ว กินมื้อกลางวัน แล้วก็ไปเปิด PB เล่นต่อยันเย็น

........................................

เป็นอันจบบันทึกการเดินทางไปแสดงดนตรีที่เชียงใหม่...

ถึงแม้อะไรๆจะไม่เป็นไปตามที่คาดหมายเอาไว้ แต่พวกเราก็พยายามจนทำออกมาได้ไม่เลวจนเกินไป กำหนดการที่แต่ละฝ่ายเตรียมมานั้นแม้จะรวนจนทำให้ท้อ แต่ก็อาศัยความยืดหยุ่นและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจนผ่านไปได้ด้วยดี

งานนี้ก็ได้พบต้นตอของความผิดพลาดแล้ว และต่างฝ่ายก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นซ้ำสองอีก

ข้อสันนิษฐานต่างๆที่ผุดขึ้นมาเพื่อโจมตีอีกฝ่ายก็ได้รับการคลี่คลายในที่สุด และต้องขออภัยทุกท่านที่พวกเราได้คิดมิดีร้ายไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง (_ _)

!พบกันใหม่ในการแสดงครั้งหน้า แม้จะยังไม่ทราบวันที่แน่นอน แต่พวกเราจะเตรียมพร้อมจนกว่าจะถึงวันนั้นครับ!

 

Stormrage Xia (นามแฝง)

มือคีย์บอร์ดแห่งวง Celeste

edit @ 2 Nov 2009 23:09:45 by Storma

edit @ 2 Nov 2009 23:09:56 by Storma

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet