ShoutMix chat widget

ก็อย่างที่เคยเกริ่นไปในเอนทรี่ Books 001 (ถ้ามีคนอ่านน่ะนะ) ว่าผมอ่านหนังสือแนวจิตวิทยาอยู่ด้วย โดยเฉพาะจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จ

ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการ"เลือก"ผู้เขียนหนังสือแนวนี้ โดยจะเลือกเฉพาะผู้เขียนที่ได้ผ่านความสำเร็จอันหอมหวานมาแล้วจริงๆ

(เพราะมีหนังสือแนวจิตวิทยาความสำเร็จอยู่เยอะแยะ ที่คนเขียนไม่เคยประสบความสำเร็จจริงๆ แต่จำจาก textbook มาเขียนสรุปและทำการตลาดใหม่)

ซึ่ง ผมได้ลองเทียบกับในหลายๆเล่มดู...พบว่า มีหลายข้อที่ผู้เขียนเหล่านั้นเขียนเหมือนๆกัน...โดยที่ผู้เขียนแต่ละคนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน

บังเอิญดีมั้ยล่ะครับ...หรือพูดอีกอย่างก็คือมันเหมือนจะเป็นกฎของโลกเช่นเดียวกับกฎแรงดึงดูด

หนึ่งในหนทางสู่ความสำเร็จคือ...

คิดบวก!!!

หมายถึง การคิดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆหรือสถานการณ์ต่างๆในแง่มุมที่ดี ในแง่มุมที่สร้างสรรค์ หรือในแง่มุมที่มันจะไม่บั่นทอนกำลังใจและสมอง

แน่นอนว่ามันตรงกันข้ามกับการ คิดลบ!!!

มีเรื่องเล่าให้ฟัง...

นายลบและนายบวกกำลังนั่งรถเมล์เพื่อไปเที่ยวงานCxxxxxx ครั้งที่ y.5 แต่จู่ๆรถก็ติดนานเสียจนผิดปกติ

นายลบลุกขึ้นยืนชะโงกหน้าเพื่อมองสภาพการจราจร เขากล่าวขึ้นว่า "ติดห่าอะไรวะ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันประมูลฟิกเกอร์หรอก"

นายบวกซึ่งนั่งอยู่ข้างๆฟังiPodอย่างสบายๆกล่าวขึ้นว่า "เอาน่ะ เดี๋ยวรถมันก็เคลื่อนเองแหละ"

ซึ่งเวลาต่อมาไม่ถึงครึ่งนาที รถก็ขยับ และวิ่งต่อไปจนพ้นแยกไฟแดงได้อย่างราบรื่น

...

เข้าประเด็นที่ว่าทำไมคนเราจึงมองโลกในแง่ลบ?

(ข้อมูลจากหนังสือในเอนทรี่ Books 001 และจากประสบการณ์ตรง)

เหตุผลเดียวกันกับการที่อิเล็กตรอนในนิวเคลียสเลือกที่จะโคจรในสถานะที่มีพลังงานต่ำที่สุด...เพราะมันรู้สึกสบายนั่นเอง

มนุษย์ก็เหมือนกัน มันง่ายดีในเวลาที่เราละทิ้งปัญหา เพราะทำให้รู้สึกเบาตัว ไม่มีอะไรมาเป็นชนักติดหลัง

...เวลาที่ใครคนหนึ่งทำอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะ"บ้า" "ฝันเฟื่อง" หรือ "เป็นไปไม่ได้"  คนอื่นที่เขามาเห็นแล้วรู้สึกว่ามันยากที่จะทำได้ก็จะบอกประมาณว่า "มึงจะบ้าเหรอ?"

ซึ่งคนส่วนใหญ่ (ประมาณ90%) ที่บอกว่า "มึงจะบ้าเหรอ?" จะเป็นคนที่...

-ไม่ค่อยหรือไม่ได้ทำอะไรที่มันหวือหวาเลย เป็นคนธรรมดาๆที่ใช้ชีวิตไปวันๆ

-ภูมิต้านทานความล้มเหลวถูกทำลาย คนพวกนี้เป็นคนที่เคยทำอะไรที่มันหวือหวา แต่ทำไม่สำเร็จเพราะขาดปัจจัยบางอย่าง...แล้วก็มีคนรอบข้างมาช่วยตอกย้ำด้วยความคิดลบๆ!!!ว่า "บอกแล้วไม่ฟัง!" "อย่างมึงน่ะทำไม่ได้หรอก!" หรือ "มึงไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้หรอก ปลงซะเถอะ ทำยังไงก็ไม่รุ่งหรอก"

-เกรียน คนพวกนี้ทนเห็นคนอื่นมุ่งมั่นไม่ได้ ก็เลยใช้วิธีกำจัดคู่แข่ง คนพวกนี้มาเพื่อจงใจบั่นทอนสมองและกำลังใจเป็นพิเศษ

การบอกตัวเองว่า"เราทำไม่ได้หรอก" เป็นวิธีที่โคตรง่าย!!!ในการแก้ปัญหา เพราะทำให้เราไม่ต้องออกแรง ไม่ต้องเหนื่อย และไม่ต้องผิดหวัง

แต่การทำแบบนั้นมันทำลายสมอง!!! และเป็นการบ่มเพาะความขี้เกียจดีๆนี่เอง!!!

ซึ่งถ้าขี้เกียจ ชาติก็ไม่เจริญ...สั้นๆง่ายๆ 

สรุป...

ทำการใหญ่ -> พยายามไม่มากพอ ขาดปัจจัย หรือเวลาไม่เหมาะสม ฯลฯ -> ความล้มเหลว(ลวงๆ) -> เชื่อว่าเราทำไม่สำเร็จ + ได้รับการตอกย้ำจากตัวเองและคนรอบข้างว่าทำไม่สำเร็จ -> ไม่กล้าทำการใหญ่

กับ...

ทำการใหญ่ -> พยายามจนทำสำเร็จ ควบคุมปัจจัยและสถานการณ์ได้อย่างอยู่หมัด -> ความสำเร็จที่สร้างด้วยตัวเอง -> เชื่อว่าเราทำได้ + ความสำเร็จเป็นรางวัลและเติมพลังให้มุ่งมั่นมากขึ้น -> คิดทำการใหญ่ขึ้น

...

เมื่อโลกนี้เต็มไปด้วยคนมองโลกในแง่ลบ เราก็ควรสร้างภูมิคุ้มกันความคิดลบๆให้พร้อม

ด้วยการมองโลกในแง่บวก หรือคิดในแง่ดีอยู่เสมอๆ

ไม่ว่าสถานการณ์จะแย่แค่ไหนก็ตาม ให้มองในแง่ดีเข้าไว้

...ไม่อย่างนั้นแล้ว เวลาที่เศรษฐกิจโลกย่ำแย่จะมีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นมาได้อย่างไร...

...

คนที่ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ ก็จะไม่มีวันรู้ว่าตัวเขามีพลังอะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง

อย่างตัวผมเองนี่แหละ...ชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะจับเครื่องดนตรีมาก่อนเลย ไม่ต้องคิดไปถึงเรื่องตั้งวงดนตรีด้วยซ้ำ

แต่พอได้ลอง และตั้งใจทำ ก็ได้รู้ว่าเราก็ทำได้เหมือนกัน

มีอยู่หลายเรื่องที่อาศัยการฝึกฝน ทำให้ฝีมือดีขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ

มีหลายครั้งที่ท้อและขี้เกียจฝึกซ้อม และเชื่อว่าผมคงทำไม่ได้...แต่ผมก็กลับมาฝึกจนดีกว่าเก่าได้

ถ้าผมเชื่อว่าทำไม่ได้ตั้งแต่ตอนนั้น ผมก็คงเล่นคีย์บอร์ดห่วยอยู่วันยังค่ำ ไม่มีเพลงที่แต่งเองด้วยความภูมิใจ ไม่มีนิยายที่กลั่นกรองมาจากสมอง คงเล่น DDR ได้ไม่ถึง10เท้า และคงไม่ผ่านเพลง Panic Strike ในโหมด space mix แน่นอน

...

พลังของการคิดบวกมันรุนแรงพอๆกับการคิดในแง่ลบ เพราะมันสามารถเปลี่ยนคนได้จากหน้ามือเป็นหลังตีนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ฝากถึงคนที่คิดจะทำการใหญ่(และต้องสร้างสรรค์)ทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งเป็นเพศที่อ่อนไหวง่าย

อย่าไปสนใจคำพูดที่ไม่ช่วยให้คุณเก่งขึ้นหรือดีขึ้นในอะไรบางอย่าง (ถ้าเป็นการติเพื่อก่อ ห้ามเมินเด็ดขาด) เพราะนอกจากจะไม่ระรื่นหูแล้ว ถ้าเก็บมาคิดเมื่อไหร่ เมื่อนั้นคุณจะฝ่อห่อเหี่ยว และในที่สุดก็จะทำไม่ได้อย่างที่ได้ยินมา (ในหนังสือใช้ว่า "คำทำนายที่เป็นจริงในตัวมันเอง")

โดยเฉพาะคำว่า "เป็นไปไม่ได้หรอก"

...

ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องของการคิดบวกยังสามารถแตกย่อยได้อีกหลายประเด็น ซึ่งเป็นทั้งประเด็นที่สนับสนุนและประเด็นที่เป็นผลของการคิดบวก อย่างเช่น รู้จักควบคุมปาก รู้จักควบคุมอารมณ์ สมาธิ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจ ให้ลองหาอ่านหนังสือของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี ผมแนะนำของท่านนี้เพราะคุณบัณฑิตเขียนแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยซ้ำอีกสองสามรอบ แถมอ่านเสร็จแล้วยังเอาไปใช้ได้ทันที

...

เพิ่มเติม

ขณะที่นั่งพิมพ์อยู่ ได้ฟังคุณวิกรม กรมดิษฐ์ พูดเกี่ยวกับชีวิตของท่านตั้งแต่เด็กๆซึ่งครอบครัวล้มเหลว จนกระทั่งตั้งตัวได้และประสบความสำเร็จ

ผมจำประโยคประโยคหนึ่งได้ดี ท่านกล่าวว่า

"เวลาที่เราจะทำอะไรเนี่ย ให้เรามองไปที่เป้าหมาย อย่าไปมองอุปสรรค...ให้เราสร้างการกระทำขึ้นมา อย่าไปสร่างอุปสรรค"

 

-สนับสนุนให้ทุกคนอ่านหนังสือหลายๆประเภทครับ-

edit @ 2 Apr 2010 22:40:11 by Storma

edit @ 2 Apr 2010 23:26:24 by Storma

Comment

Comment:

Tweet

อา ต้องสร้างกำลังใจ Hot!

#3 By ReSeZ on 2010-04-03 17:43

อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะ
ตอนนี้มีแรงฮึดสู้แล้ว
ขอบคุณมากนะคะ >w<
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Coffgirl on 2010-04-03 04:04

กำลังใจ เป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้อะไรก็ตามเป็นอย่างยิ่ง

#1 By HostChan* on 2010-04-02 23:37